บันทึกอนุทินครั้งที่2
วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม 2562
เวลาเรียน 13:30 - 17:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)
สวัสดีค่ะ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่2 อาจารย์เริ่มเข้าเนื้อหาแบบจริงจัง ในสัปดาห์นี้อาจารย์สอน2บทภายใน 4 ชั่วโมง แต่ก่อนที่จะเริ่มเนื้อหาอาจารย์ได้ให้ทำแบบฝึกหัดก่อนเรียนเพื่อทดสอบความรู้พื้นฐานของเราพร้อมกับภาพบรรยากาศในห้องเรียน
บทที่ 1
ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
วัยเด็กตอนต้นหรือช่วงปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ในการอบรมเลี้ยงดูควรให้ความสนใจและให้ความสำคัญ
เพราะเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญที่สุด ต่อการวางรากฐานของชีวิตมนุษย์
เป็นวัยแห่งการก่อเกิดพื้นฐานด้านบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย ความสามารถทางสติปัญญา
และความสามารถด้านต่าง ๆ
การเข้าใจธรรมชาติและการเรียนรู้
1.
ลักษณะของการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง
2. มีความสามารถในขอบเขตจำกัดและแตกต่างกัน
3.
ต้องการการเอาใจใส่ดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
4. เป็นวัยที่ชอบอิสระ
5.
ชอบแสดงออกและต้องการการยอมรับ
6. ชอบเล่น
7. มีช่วงความสนใจสั้นธรรมชาติและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
โดยธรรมชาติของเด็กปฐมวัยรูปแบบของพัฒนาการทางร่างกายอารมณ์ สังคม และสติปัญญา
รวมทั้งการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและเสาะแสวงหาประสบการณ์
จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันเกือบทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์
หากแต่สภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพและจิตภาพที่แวดล้อมรอบตัวเด็กนั่นเอง
ที่ทำให้อัตราการพัฒนาช้า-เร็วแตกต่างกัน
ลักษณะที่ 1 การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ
ลักษณะที่
2 เป็นการเรียนรู้จากการช่วยเหลือจากพ่อแม่
ลักษณะที่ 3 การเรียนรู้จากโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมอย่างมีระบบ
1.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของBLOOM (BLOOM'S TAXONOMYBLOOM
ได้แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น
6 ระดับ ประกอบด้วย
1.ความจำ (knowledge)
2.การประยุกต์ (Application)
3.ความเข้าใจ (Comprehend)
ซึ่งเป็นระดับล่างสุด
4.การสังเคราะห์ (Synthesis)
5.การวิเคราะห์ ( Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้
สามารถนำส่วนต่าง ๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ ให้แตกต่างจากรูปเดิม
6.การประเมินค่า (Evaluation) สามารถวัดได้
เน้นโครงสร้างใหม่ และตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิด
2.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของเมเยอร์ (MAYOR)
โดยแบ่งออกเป็น3 ส่วนย่อย ๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย
1.
พฤติกรรมควรชี้ชัดและสังเกตได้
2.
เงื่อนไขพฤติกรรมสำเร็จได้ควรมีเงื่อนไขในการช่วยเหลือ
3. มาตรฐาน พฤติกรรมที่ได้นั้นสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
3.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบรูเนอร์(BRUNER)
1. ความรู้ถูกสร้างหรือหล่อหลอมโดยประสบการณ์
2.
ผู้เรียนมีบทบาทรับผิดชอบในการเรียน
3.
ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความหมายขึ้นมาจากแง่มุมต่าง ๆ
4.
ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง
5. ผู้เรียนเลือกเนื้อหาและกิจกรรมเอง
ซึ่งเนื้อหาควรถูกสร้างในภาพรวม
4.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของไทเลอร์(TYLOR)
1. ความต่อเนื่อง (continuity)
2. การจัดช่วงลำดับ (sequence)
3. บูรณาการ (integration)
5. ทฤษฎีการเรียนรู้ 8 ขั้น ของกาเย่
(GAGNE)
1. การจูงใจ (Motivation Phase)
2.
การรับรู้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Apprehending Phase)
3.
การปรุงแต่งสิ่งที่รับรู้ไว้เป็นความจำ ( Acquisition Phase)
4.
ความสามารถในการจำ (Retention Phase)
5.
ความสามารถในการระลึกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว (Recall Phase)
6. การนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้ว (Generalization
Phase)
7. การแสดงออกพฤติกรรมที่เรียนรู้ ( Performance
Phase)
8. การแสดงผลการเรียนรู้กลับไปยังผู้เรียน (Feedback
Phase)
บทที่ 2
สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
ความหมายและความสำคัญของสื่อ
สิ่งต่างๆ
ที่เป็นตัวกลางที่ผู้เลี้ยงดูเด็กนำมาช่วยในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ
ค่านิยมหรือทักษะที่ตนมีไปสู้เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพและเด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์
หรือจุดมุ่งหมายได้ดีที่สุดสื่อการเรียนรู้
ชอร์ส เครื่องมือที่ช่วยสื่อความหมายจัดขึ้นโดยครูและนักเรียน
เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ เครื่องมือการสอนทุกชนิดจัดเป็นสื่อการสอน
เช่นหนังสือในห้องสมุด โสตทัศนวัสดุต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์วิทยุสไลด์ฟิล์มสตริป
รูปภาพ แผนที่ของจริง และทรัพยากรจากแหล่งชุมชน
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ สื่อการสอนว่า
วัสดุอุปกรณ์และวิธีการประกอบการสอนเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อความหมายที่ผู้สอนประสงค์จะส่ง
หรือถ่ายทอดไปยังผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของสื่อการเรียนสำหรับเด็กปฐมวัย
ต้องเลือกให้เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายและเนื้อหาสาระของการสอน ที่สำคัญที่สุด คือ
ต้องให้เหมาะกับลักษณะและความสามารถหรือพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กปฐมวัยด้วย เช่น
ลักษณะทางกาย เด็กปฐมวัย มีร่างกายที่แข็งแรงกว่าเด็กทารกแต่ไม่แข็งแรงเท่าเด็กประถมหรือมัธยม
การเลือกใช้สื่อควรเป็นสื่อที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น
แต่ไม่ควรออกแรงมากเกินไป
ลักษณะทางอารมณ์เด็กปฐมวัยมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย
ไม่รู้จักสะกดกลั้นอารมณ์ของตนเอง หรือควบคุมพฤติกรรม
ควรหาสื่อที่เป็นรูปภาพหรือนิทานสอนใจเพื่อให้เด็กเห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการสะกดกลั้นอารมณ์
ลักษณะทางสังคมสังคมของเด็กวัยนี้ยังอยู่ในสังคมวงแคบ
เด็กเริ่มรู้จักปรับตัวให้เข้ากับคนแปลกหน้าจำนวนมาก
สื่อที่ใช้ควรเป็นสื่อที่ส่งเสริมให้เด็กอยู่ร่วมกัน
รู้จักความร่วมมือแก่กันและมีความรับผิดชอบร่วมกัน เช่น สื่อประเภทกระดานหก
ที่ต้องใช้ผู้เล่นอย่างน้อย 2 คน ถึงจะเล่นได้
ลักษณะทางสติปัญญาลักษณะทางสติปัญญาของเด็กวัยนี้
ส่วนใหญ่กำลังสร้างจินตนาการและมีความคิดหรือเหตุผลในเชิงรูปธรรมมากกว่านามธรรม
ครูควรใช้สื่อที่เป็นรูปธรรมชัดเจน กระตุ้นให้เด็กรู้จักจินตนาการในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือสังคม







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น